4 Do & 3 Don’t ขอสินเชื่อให้ผ่านฉลุย

4 Do & 3 Don’t ขอสินเชื่อให้ผ่านฉลุย

เชื่อว่ามีคนจำนวนมากมักเกิดคำถามเมื่อต้องการขอสินเชื่อว่า ทำอย่างไรให้สินเชื่ออนุมัติผ่านฉลุย วันนี้เรามีเรื่องน่ารู้ Do & Don’t ก่อนสมัครสินเชื่อมาฝากค่ะ

Do:

1. สร้างประวัติทางการเงินให้สะอาด

การสร้างประวัติทางการเงินให้สะอาดเป็นการสร้างความมั่นใจและความน่าเชื่อถือในขั้นแรกของการขอสินเชื่อค่ะ หากคุณมีหนี้สินติดค้างไม่ว่าจะเป็นยอดค้างบัตรเครดิตที่ผลัดมาหลายเดือน ค่าผ่อนบ้าน หรือผ่อนรถยนต์ คุณต้องจัดการเคลียร์หนี้นั้นให้หมดก่อนทำการขอสินเชื่ออย่างน้อย 6 เดือน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจว่าคุณไม่มีภาระหนี้สินใดๆ ให้ต้องเป็นกังวล และมีเงินเหลือพอที่จะชำระหนี้ค่ะ

เช็กประวัติทางการเงินของตัวเองได้อย่างไร

ใครที่สงสัยว่าตัวเองมีประวัติทางการเงินเป็นอย่างไร หรือใครที่มีประวัติติด Blacklist แล้วไม่แน่ใจว่ะธนาคารลบชื่อออกแล้วหรือไม่ สามารถเช็กประวัติทางการเงินได้ด้วยตัวเองผ่านหลายช่องทางดังนี้

เอกสารที่ต้องใช้

  1. บุคคลธรรมดา ให้เตรียมบัตรประชาชนตัวจริง
  2. นิติบุคคล ให้เตรียมสำเนาหนังสือรับรองของนิติบุคคลที่รับรองไว้ไม่เกิน 3 เดือน และลงนามรับรองความถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้องพร้อมตัวจริง และตราประทับของนิติบุคคล (ถ้ามีค่ะ)

ค่าธรรมเนียม: 100 บาท สามารถรอรับข้อมูลได้ภายใน 15 นาที หรือหากจะส่งไปรษณีย์ จ่ายเพิ่มฉบับละ 20 บาทค่ะ

ช่องทางการขอข้อมูล

  1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) อาคาร 2 ชั้น 2 เปิดให้บริการจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 16.30 น.
  2. สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง (ด้านในสถานี) เปิดให้บริการจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น. (ที่นี่จะให้บริการเฉพาะบุคคลธรรม)
  3. ห้างเจ-เวนิว ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (นวนคร) เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 – 19.00 น.
  4. ผ่านธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เฉพาะบุคคลธรรมดาโดยอัตราค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ 150 บาท และทางบริษัทจะจัดส่งข้อมูลทางไปรษณีย์ไปให้ภายใน 7 วัน
    • เคาน์เตอร์ธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาทั่วประเทศ
    • สำหรับผู้ที่มีบัตร ATM ของธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์สามารถทำรายการขอข้อมูลผ่านตู้ ATM ได้
    • ตรวจสอบผ่านระบบธนาคารบนโทรศัพท์มือถือของธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา เพียงแค่มีบัตร ATM หรือบัตรเดบิตของ 2 ธนาคารนี้
    • แบบออนไลน์ สำหรับผู้ที่มีบัญชีธนาคารของธนาคารกรุงศรีอยุธยา

2. มีรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ

หลักฐานที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคุณคือ Statement หรือสำเนาบัญชีออมทรัพย์ที่ต้องมีการกระจายรายได้เป็นรายเดือนอย่างชัดเจนติดต่อกัน 3-6 เดือน (ตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร)

  • พนักงานบริษัททั่วไปพิจารณาย้อนหลัง 3-6 เดือน
  • เจ้าของกิจการพิจารณาย้อนหลัง 6 เดือน

3. รักษาเอกสารยืนยันอาชีพ

สำหรับพนักงานทั่วไปควรใช้สลิปเงินเดือนตัวจริงเพราะจะได้รับการโอกาสอนุมัติสูง หากเป็นสำเนาต้องเห็นข้อมูลทั้งหมดชัดเจน โดยสลิปเงินเดือนต้องมีอายุไม่เกิน 90 วัน ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด หรือกรณีเป็นหนังสือรับรองเงินเดือนต้องเป็นกระดาษหัวบริษัท (ราชการเป็นตราครุฑ) มีการแจ้งวันเริ่มงาน ตำแหน่ง เงินเดือนและรายได้อื่นๆ พร้อมตราประทับและรายเซ็นของผู้มีอำนาจ

ส่วนเจ้าของกิจการต้องมีสำเนาหนังสือจดทะเบียนตามประเภทกิจการอายุไม่เกิน 1 ปี มายืนยันการประกอบการทำธุรกิจด้วย

4. การเตรียมเอกสารให้พร้อม

ข้อนี้สำคัญมาก ในการขอสินเชื่อควรศึกษาให้ดีว่าสถาบันการเงินที่เราต้องไปขอสินเชื่อ ต้องใช้เอกสารสำคัญอะไรบ้าง เช่น สลิปเงินเดือนเดือนล่าสุดหรือย้อนหลังขั้นต่ำ 3-6 เดือนแล้วแต่ทางสถาบันการเงินนั้นๆ กำหนด บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหลักฐานอื่นๆ ที่สถาบันการเงินร้องขอ ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ มักต้องใช้เอกสารที่แสดงหลักฐานการเคลื่อนไหวของบัญชีเงินฝากอย่างน้อย 6 เดือนค่ะ ส่วนหลักฐานอื่นๆ ให้เป็นไปตามที่สถาบันการเงินร้องขอนะคะ

เมื่อทำได้ 5 ข้อแบบนี้แล้ว ขอสินเชื่อกี่ครั้งก็มีโอกาสที่จะขอสินเชื่อผ่านฉลุยแล้วค่ะ ทีนี้พอเรารู้แล้วว่าทำยังไงจึงจะขอสินเชื่อผ่าน คราวนี้เรามาดูสิ่งที่ควร Don’t กันบ้าง เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณเสี่ยงขอสินเชื่อไม่ผ่านค่ะ

Don't

1. กรอกข้อมูลในใบสมัครไม่ครบ

ไม่ว่าคุณจะกรอกใบสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ หรือว่ากรอกใบสมัครกับสถาบันการเงินที่คุณไปขอสินเชื่อ ขอให้ตรวจสอบทุกบรรทัดอย่างละเอียดก่อนส่งใบสมัคร เพราะการละเลยในจุดบางจุดของใบสมัคร เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่บ้าน ที่อยู่ที่ทำงาน อาจทำให้โอกาสการอนุมัติใบสมัครของคุณลดลง

2. สมัครถ้าไม่พร้อม ธนาคารจะงดพิจารณาไป 6 เดือน

หากคุณสมัครสินเชื่อโดยที่คุณไม่พร้อม เช่น เตรียมเอกสารไม่ครบหรือผิด คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ จนมีผลทำให้คุณไม่ผ่านการอนุมติ ธนาคารจะงดพิจารณาสินเชื่อของคุณเป็นเวลา 6 เดือน ทำให้คุณไม่สามารถยื่นขอสินเชื่อใหม่ได้

3. สมัครเพื่อเอาของแถม

การสมัครบริการทางการเงินเพื่อหวังเอาของแถมและบริการต่างๆ ที่มากเกินไป อาจทำให้คุณผ่อนชำระเงินคืนไม่ทันหรือลืมชำระเงิน ซึ่งจะนำไปสู่การเสียค่าธรรมเนียมที่คุณต้องไปชำระภายหลัง

ถ้าคุณมีคุณสมบัติครบทุกอย่าง แต่พอส่งเอกสารขอสินเชื่อเข้าธนาคารกลับได้รับคำตอบว่า “ไม่ผ่านอนุมัติ” นั่นเป็นเพราะนโยบายการปล่อยสินเชื่อของแต่ละสถาบันการเงินที่ต่างกัน บางที่อาจจะเข้มงวดมากในการตรวจสอบข้อมูลหลายๆ อย่าง จนถึงบางครั้งก็เป็นนโยบายของสถาบันการเงินเองที่จะไม่ปล่อยสินเชื่อในระยะเวลานั้นๆ ค่ะ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจหรือเสียความมั่นใจค่ะ ลองคุณสมบัติและเอกสารของคุณพร้อม ก็สามารถยื่นสมัครสินเชื่อกับสถาบันการเงินอื่นได้เลยค่ะ


ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ยังนำมาใช้ได้จริงเสมอในชีวิตจริง ค่อยๆ ศึกษาอย่ารีบร้อน ทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จอย่างที่ต้องการค่ะ