ทำผิดกฎหมายจราจร แล้วเกิดอุบัติเหตุ ประกันรถยังคุ้มครองไหม ?
วันนี้มาพบกับเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวข้องกับ “ประกันรถ” กันอีกเช่นเคย บทความนี้เราจะมาไขข้อสงสัย ถ้าในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ระหว่างที่กำลังทำผิดกฎจราจร ประกันภัยรถยนต์จะยังให้ความคุ้มครองหรือไม่ ? ความคุ้มครองที่ได้จะเป็นอย่างไร ? เชิญติดตามเนื้อหาดี ๆ ที่เรานำมาฝากกันได้เลย พร้อมกับการแนะนำบริการดี ๆ สำหรับผู้ที่กำลังอยากได้ประกันภัยรถยนต์ ในช่วงท้ายของบทความกันอีกเช่นเคย
ประกันรถจะยังให้ความคุ้มครองหรือไม่ ? กรณีที่ฝ่าฝืนกฎจราจร
หากเกิดอุบัติเหตุ ระหว่างที่กำลังกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ประกันรถจะยังให้ความคุ้มครองหรือไม่ ? นี่คือประเด็นสำคัญที่เราจะมาขยายความในบทความนี้ ซึ่งขอเกริ่นสรุปสั้น ๆ เอาไว้เลยว่า มีทั้ง “ให้ความคุ้มครอง” และ “ไม่ให้ความคุ้มครอง” ขึ้นอยู่กับว่าความผิดที่ฝ่าฝืนนั้นร้ายแรงมากเพียงใด และ ยังขึ้นอยู่กับว่าเงื่อนไขการให้ความคุ้มครองของประกันภัยที่เลือกทำ ซึ่งเราจะมาขยายความให้เจาะลึกมากกว่าเดิม ว่ากรณีไหนบ้างที่เป็นการฝ่าฝืนกฎจราจรแล้วยังได้รับความคุ้มครอง ส่วนกรณีไหนที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง ในหัวข้อต่อจากนี้
ตัวอย่างการฝ่าฝืนกฎจราจร แล้วยังได้รับความคุ้มครองจากประกันรถ
ขอเริ่มต้นจากการกระทำผิดกฎหมายจราจร ที่ประกันรถจะยังให้ความคุ้มครองกันเสียก่อน ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะเป็นความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดจากความประมาทระหว่างการขับขี่ แม้ประกันภัยจะให้ความคุ้มครอง ทว่าส่วนมากแล้วผู้ที่ฝ่าฝืนกฎจราจร มักจะต้องตกเป็น “ฝ่ายผิด” ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแล้วมีคู่กรณี พร้อมกับได้รับโทษที่วางเอาไว้ในกฎหมายข้อนั้น ๆ อีกด้วย ซึ่งกฎหมายจราจรที่กระทำผิดแล้วยังได้รับความคุ้มครอง มีตัวอย่างดังต่อไปนี้
- ขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด
- ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
- ขับรถผิดช่องทาง
- ขับรถย้อนศร
- ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร
- จอดในที่ห้ามจอด
- เปลี่ยนเลนกะทันหัน
- ไม่แสดงใบขับขี่
ประกันรถไม่ให้ความคุ้มครอง 100% หากฝ่าฝืนกฎจราจรเหล่านี้
แม้ประกันรถจะให้ความคุ้มครอง ในกรณีที่กระทำผิดกฎหมายจราจรบางข้อ ซึ่งอาจเกิดจากความประมาท หรือ ความเลินเล่อระหว่างการขับขี่ แต่ก็ยังมีในบางกรณีที่ถือเป็น “ความผิดรุนแรง” หากพบว่าเกิดอุบัติเหตุไประหว่างที่กระทำผิดกฎหมายข้อดังต่อไปนี้ รับประกันเลยว่า คุณจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์อย่างแน่นอน
-
เมาแล้วขับ
ถึงจะเป็นประกันรถที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดอย่าง “ประกันชั้น 1” ก็จะไม่ให้ความคุ้มครองโดยเด็ดขาด หากคุณขับขี่ด้วยความมึนเมา กรณีที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือ 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ในกรณีที่ถือใบขับขี่แบบ 2 ปี หากเกิดอุบัติเหตุประกันภัยรถยนต์จะไม่ให้ความคุ้มครองใด ๆ ทั้งสิ้น แต่สำหรับคู่กรณีที่ได้รับผลกระทบ บริษัทประกันจะทำการเยียวยาตามเงื่อนไขที่ทำเอาไว้ จากนั้นค่อยกลับมาฟ้องร้องเพื่อเรียกเงินส่วนนั้นคืนในภายหลัง
-
ไม่มีใบอนุญาตขับขี่
ก่อนอื่นต้องแยกเสียก่อน ว่าการไม่มีใบขับขี่คือการที่ไม่เคยทำใบขับขี่มาก่อนเลย ไม่ใช่กรณีที่ลืมพกใบขับขี่ ใบขับขี่หาย หรือ ใบขับขี่หมดอายุ ซึ่งผู้ใดก็ตามที่ไม่เคยทำใบขับขี่มาก่อน แล้วมาขับขี่จนเกิดอุบัติเหตุ ประกันภัยรถยนต์จะไม่ให้ความคุ้มครองในทุกกรณี กับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถ และ ค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่ แต่สำหรับคู่กรณีจะยังได้รับความคุ้มครองจากประกันรถเช่นเดิม
-
ชนแล้วหนี
เคสนี้อาจไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก แต่การชนแล้วหนีที่จริงแล้วผิดตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 78 หากความเสียหายบนตัวรถพบว่าเกิดจากการชนแล้วหนี บริษัทประกันรถสามารถปฏิเสธความคุ้มครองได้โดยทันที ซึ่งเรากำลังหมายความถึงผู้ขับขี่ที่เป็น “ฝ่ายหนี” จากอุบัติเหตุครั้งนั้น ดังนั้นไม่ว่าจะรีบเพียงใด หากเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด จะต้องรอแสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เสมอ
มีจริงเหรอ ? ประกันภัยรถยนต์ที่แม้จะฝ่าฝืนกฎจราจรอย่างไร ก็ให้ความคุ้มครอง
ต้องขอบอกเลยว่า ยังมีประกันรถที่คุ้มครองในทุกกรณีอยู่จริง ๆ ซึ่งนั่นเป็น “ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ” หรือ พรบ. นั่นเอง ไม่ว่าจะกระทำผิดกฎหมายจราจรข้อใด แม้ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจจะไม่ให้ความคุ้มครองก็ตาม แต่สุดท้ายแล้ว พรบ. จะยังให้ความคุ้มครองเสมอ ซึ่งจะคุ้มครองเฉพาะในส่วนของค่ารักษาพยาบาล ไปจนถึงการเสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพ และได้รับเงินสินไหมทดแทนกรณีที่เป็นฝ่ายถูกอีกด้วย
ฝ่าฝืนกฎจราจรจนเกิดอุบัติเหตุ แม้ได้รับความคุ้มครอง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลดีเสมอไป
ถึงการฝ่าฝืนกฎจราจรในบางกรณี ยังจะได้รับความคุ้มครองจากประกันรถ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารถของคุณจะได้รับความคุ้มครองเสมอไป เพราะจะต้องเป็นประกันชั้น 1 , ประกันชั้น 2+ และ ประกันชั้น 3+ เท่านั้นถึงจะสามารถเคลมประกันได้ และอย่างที่บอกไปข้างต้น ว่าการฝ่าฝืนกฎจราจรมักจะทำให้เป็นฝ่ายผิด นั่นก็ทำให้ประวัติการขับขี่ไม่ดี เบี้ยประกันแพงมากขึ้น หรือ ถ้ากระทำผิดบ่อย ๆ ประกันภัยรถยนต์อาจพิจารณาไม่ให้ความคุ้มครองในปีถัดไป ยังไม่รวมกับค่า deductible ที่จะต้องเสีย และ ค่าปรับที่จะต้องเสียจากการฝ่าฝืนกฎจราจรอีกด้วย
บทส่งท้าย
สุดท้ายนี้เราก็น่าจะได้ข้อสรุปกันแล้ว ว่าประกันรถยังให้ความคุ้มครอง ในบางกรณีที่เกิดการฝ่าฝืนกฎจราจร ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นข้อดีที่บ่งชี้ว่า การทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้อุ่นใจมากกว่า แต่เราก็ไม่สนับสนุนให้ฝ่าฝืนกฎจราจรไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม การขับขี่บนท้องถนนควรเคารพกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเอง และ เพื่อนร่วมเส้นทาง ก่อนจากกันเราก็ต้องขอแนะนำอีกสักครั้ง หากคุณต้องการประกันภัยรถยนต์ดี ๆ เปรียบเทียบเบี้ยประกันได้ พร้อมส่วนลดสุดพิเศษ ไม่มีที่ไหนมอบข้อเสนอดี ๆ ให้คุณได้มากกว่าที่ SILKSPAN อีกแล้ว ติดต่อสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง